โยคะชำระโรคสัปดาห์ที่ 4
โยคะชำระโรค คัดลอกมาจากหนังสือของ อ.พีระ บุญจริงการฝึกเพื่อเพิ่มพลัง โดยการหายใจให้ถูกวิธี จะมีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจของคนเรามากมาย
การสงบจิตภาวนา โดยการพักผ่อนแล้วสงบจิตภาวนา
การอบอุ่นร่างกาย
1.ท่าหมุนคอ หายใจเข้า-ออก ปกติ ก้มหน้าเก็บคาง หมุนไปทางซ้าย หมุนกลับมา คางจรดอก
หมุนไปทางขวา หมุนกลับมา คางจรดอก ช่วงที่หมุนห้ามเงยหน้า
2.ท่าหมุนไหล่ หายใจเข้า-ออก ปกติ กางแขนออก เหมือนยันกำแพง 2 ข้าง หมุนแขนไปข้างหน้า และข้างหลังสลับกันไป-มา ทำอย่างช้าๆ ระมัดระวัง 3.ท่าไตรบัณฑะ หมายถึง การปิด การกั้น ปิดกลั้น การขด การบีบ การหดตัว
ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย
3.1 ท่าตีกรรเชียง ( Rowing ) นั่งตัวตรง เท้ายื่นไปข้างหน้า คิดว่าท่านกำลังตีกรรเชียง
โดย หายใจออก โน้มตัวไปข้างหน้าพร้อมกางแขนออก หายใจเข้า พร้อมเอนตัวไปข้างหลัง กรรเชียงแขนไปข้างหลังพร้อมกันนั้นให้กดคางกับอก กลั้นหายใจ ไว้สักครู่ พร้อมกับเกร็งหน้าท้องและกล้ามเนื้อแน่น
หายใจออก ผ่อนคลาย โน้มตัวไปข้างหน้า ทำเช่นนี้รวม 7 ครั้ง
3.2 ท่ากวนกระทะ นั่งตัวตรงยื่นเท้าไปข้างหน้า สร้างมโนภาพว่าท่านกำลังกวนขนมในหม้อ
ใบโต กวน วนซ้าย – ขวา วนละ 7 รอบ รวม 14 รอบ หายใจเข้า-ออก ปกติ ใช้มือประสานกัน เหยียดตรงไปข้างหน้า และทำท่ากวนกระทะ วน ขวา - ซ้าย
3.3 ท่าดึงสายระฆัง นั่งท่าเดิม หายใจเข้า มือประสานพร้อมกับยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ สร้างมโนภาพว่า ท่านกำลังดึงสายระฆังด้วยมือทั้ง 2 ข้าง ค่อยๆดึงลงอย่างช้าๆ พร้อมกับหายใจออกทำ 7 รอบ
การบริหาร บัณฑะ ทั้ง 3 ท่านี้ จะเพิ่มพลังของร่างกายทุกส่วน ท่ากวนกระทะ และท่าดึงสายระฆัง จะช่วยให้กระแสเลือด และอากาศไหลเวียนเข้าสู่ปอดและหัวใจดีขึ้น
จบการบริหารแล้วให้พัก และพิจารณาทั้งทางร่างกายและจิตใจ
โยคะอาสนะ
1.ท่ายกขา นอนหงายชูมือเหนือศีรษะ หายใจเข้า ยกขาขวาใช้มือดึงขาขวาเข้าหาตัว แต่ขาต้องตรงตลอดเวลา หยุดไว้ประมาณ 3 – 5 วินาที ลดขาลงพร้อม หายใจออก ทำซ้ำอีก 2 ครั้ง เปลี่ยนไปทำข้างซ้ายเช่นเดียวกับข้างขวา เสร็จแล้วหายใจเข้า ยกขาทั้ง 2 และใช้มือดึงเข้าหาตัว พักและพิจารณาผล มีประโยชน์ต่อกล้ามเนื้อช่วงท้อง และแผ่นหลังช่วงล่าง
2. ท่าบิดตัว ( วัดกระสนะ )
นั่งและยื่นเท้าขวาไปข้าหน้า ทรงเข่าซ้าย ตั้งตัวตรงตามรูป หายใจเข้า – หายใจออก พร้อมกับบิดตัวไปข้างซ้าย หันหน้าไปทางซ้ายและ หยุดหายใจ ประมาณอย่างน้อย 10 วินาที หายใจเข้า กลับมาอยู่ท่าตัวตรงเหมือนเดิม สลับขาทำข้างขวา ทำรวม 3 รอบ โดยทำอย่างช้าๆอ่อนช้อย
ประโยชน์ ท่านี้ทำให้ระบบประสาททั้งหมดและสันหลังแข็งแรง ทำให้พลังบวกพลังลบสมดุล เป็นผลทำให้ร่างกายมีสุขภาพสมบูรณ์ ทำให้จิตใจมั่นคง และมีความเชื่อมั่นในตนเอง
3.ท่างู
นอนคว่ำหน้า หน้าท้อง ขาติดพื้น งอมือตรงระดับไหล่ ฝ่ามือหันออกนอกตัว ขณะ
หายใจเข้า ช้าๆ ค่อยๆยกตัวขึ้นจากส่วนล่าง ตั้งแต่สดือ ลงไปติดอยู่กับพื้นค้างไว้ และ กลั้นหายใจ
ไว้ประมาณ 15 วินาที ความรู้สึกที่อยู่ส่วนล่างของร่างกาย หายใจออกพร้อมลดตัวลง ปฏิบัติซ้ำรวม
3ครั้ง พักและพิจารณา ( คล้ายการออกกำลังกายท่าวิดพื้น แต่แต่ช่วงเอวถึงปลายเท้าราบกับพื้น )
ประโยชน์ ท่างูเป็นท่าสำคัญของโยคะ ทำให้โลหิตไหลเวียน ที่บริเวณภายในอวัยวะภายในท้อง แก้
อาการท้องผูก และระบบย่อยอาหาร เป็นการบริหารกระดูกสันหลัง แก้ปัญหาโรคไต ต่อมไทรอยด์ไม่ปกติ และเพิ่มความมั่นคงในจิตใจ
***ข้อควรระวัง***
ให้ปฏิบัติอย่างช้าๆ นุ่มนวล หากท่านมีปัญหาทางกระดูกสันหลัง
4. ท่ามหามุทรา ( ท่าศีรษะถึงเข่า )
นั่งเหยียดเท้าไปข้างหน้า งอเท้าขวา ให้ฝ่าเท้าขวาชนต้นขาซ้าย หายใจเข้า ยกมือทั้ง 2 ขึ้นเหนือศีรษะ ค่อยๆหายใจออก โน้มตัวลงช้าๆจนศีรษะจรดเข่าซ้าย โดยมือทั้ง 2 จับฝ่าเท้าซ้าย พักศีรษะอยู่ชั่วครู่ สลับขา ปฏิบัติอย่างช้าๆ รวม 3 รอบ การปฏิบัติและการสลับขา ขอให้ทำอย่างช้าๆอ่อนช้อยสวยงาม พักและพิจารณาผล
ประโยชน์ ท่านี้เป็นท่าที่ทำให้พลังจันทร์กับพลังอาทิตย์เข้ารวมกัน ทำให้เกิดความสมดุล เสริมพลังต้านทาน ทำให้ปอดมีพลังขจัดกลิ่นตัวปลุกสัญชาติญาณ
5. ท่าหน้าวัว ( โกมุกสนะ )
ตอนที่ 1 นั่งไขว้ขา ไขว่ห้างอยู่กับพื้น โดยให้ขาขวาทับขาซ้าย อยู่ทางด้านสะโพกขวา ส้นเท้าขวาอยู่ข้างสะโพกซ้าย หลังเท้าราบกับพื้น สะโพกและเท้าจึงเหมือนหน้าวัว ตามชื่อที่ตั้ง
ประโยชน์ พลังอาทิตย์ ( Ha ) และพลังจันทร์ ( Tha ) ต่างสลับกับ ทำให้เกิดดุลยภาพในร่างกาย และทำให้จิตใจสงบ ประสาทขาท่อนบน ได้รับการบริหาร แก้อาการปวดขา
หมายเหตุ ก่อนฝึกท่านี้ ต้องฝึกโยคะท่าอื่นก่อน
ตอนที่ 2 นั่งในท่าเดิม ยกมือซ้ายไขว้ไปข้างหลัง มือขวาไขว้หลัง ใช้นิ้วมือเกี่ยวกัน ตัวและหลังตรง หายใจปกติ คงท่านี้ไว้ประมาณ 10 นาที สลับข้างโดยไขว้ขา และไขว้มืออีกด้านหนึ่ง ปฏิบัติเช่นเดียวกับตอนต้น
ประโยชน์ ท่านี้เป็นการบริหารแขนและไหล่ แก้โรคปอด ทำให้ปอดมีพลังรับลมหายใจเพิ่มขึ้น ขจัดสารพิษในปอด
6.ท่ายืนด้วยไหล่ ( แล้วโน้มเท้าข้ามศีรษะ )
นอนหงาย ค่อยๆพับหน้าท้องแล้วหกตัวขึ้น ใช้มือทั้ง 2 จับข้างสะเอวไว้ เท้าชี้ตรงแล้วค่อยๆเอนเท้าไปข้างหลัง เล็กน้อย หายใจเข้าออก ปกติ ให้คงท่านี้ไว้ประมาณ 3 – 5 นาที ทำจิตสงบ สังเกตที่หน้าและลำคอ แล้วค่อยๆลดเท้าลง นอนพักและสังเกตผล
ประโยชน์ ท่านี้ ทำให้เลือดไปเลี้ยงใบหน้า และลำคอ ทำให้หัวใจ และปอดได้พักผ่อน และแก้ปัญหาริดสีดวงทวาร
***ข้อควรระวัง*** ผู้มีความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ห้ามฝึกท่านี้ ขณะมีรอบเดือนก็ห้ามฝึก
7.ท่าต้นไม้ อาสวัตตสนะ ( มือจับข้อเท้าก็ได้ )
ยืนตรง ชูแขนขวาขึ้น เท้าซ้าย แขนซ้ายยื่นไปข้างหลัง ยืนอยู่ในท่านี้ประมาณ 10 วินาที แล้วสลับข้าง หายใจเข้า – ออก ปกติ
ประโยชน์ ท่านี้ทำได้ง่าย แต่มีประโยชน์มาก เพราะจะเพิ่มปราณขึ้นทั่วร่างกายเป็นผลให้ เพิ่มออกซิเจน ขับถ่ายคาร์บอนไดออกไซด์ดีขึ้น ต้นไปเปิ้ล ( Pipal ) เป็นต้นไม้สำคัญ เพราะแม้เวลากลางคืนจะคลายออกซิเจนท่านนี้ จะเพิ่มพลังการหายใจดีขึ้น แก้อาการพิษต่างๆ ดีสำหรับคนท้อง ทำให้คลอดง่าย
การพักและการบริหารปราณยาม ( Relaxation and Breath Control )
เป็นการพักในท่าผ่อนคลาย หายใจลึกๆยาวๆ ทำจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ คิดแต่สิ่งดีๆ
กฏเกณฑ์ที่ควรปฏิบัติ ในสัปดาห์ต่อไป ควรหาสถานที่ข้างนอกเพื่อฝึก เช่นสวนสาธารณะที่เงียบสงบ แม้จะไม่มีต้นไปเปิ้ลก็ตาม ต้นอื่นๆก็คลายออกซิเจนในตอนกลางวันเหมือนกัน
........................................
หลังจากที่ข้าพเจ้าได้ลองฝึกมาเป็นเวลา 3 สัปดาห์ สามารถมองเห็นความแตกต่างชัดเจนตรงที่ ข้าพเจ้าไม่ต้องใช้ผ้าบล็อกหลังอีก
แต่ถ้าวันไหนไม่ได้ฝึกโยคะนั่นหมายความว่ากิจวัติประจำวัน จะเริ่มมีปัญหาในช่วงบ่ายๆ จะเริ่มปวดเอว ปวดหลัง แสบร้อนค่ะ
วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2551
โยคะชำระโรคสัปดาห์ที่4
ป้ายกำกับ:
การหายใจ,
การออกกำลังกาย,
คลายกล้ามเนื้อ,
ฟิตเนส,
โยคะ,
โยคี,
fitness,
HealingTouch,
yoga
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
